admin

โลกมืดหลังเลนส์ อะไรก็เป็นไปได้ โดย : นิภาพร ทับหุ่น

Rate this Entry
by on 12-03-2010 at 08:57 PM (62247 )


ต่อไปนี้ View Finder กับจอ LCD จะไม่มีประโยชน์อ ไร เมื่อคนกลุ่มหนึ่ ใช้ "ใจ" แทน "ตา" ในการถ่ายภาพ

จากแรงบันดาลใจ
"คนตาบอดจะถ่ายรูป ด้ยังไง"

เป็นคำถามที่ถูกส ท้อนกลับมาทุกครั งเมื่อ ฉุน หรือ นพดล ปัญญาวุฒิไกร พยายามบอกเล่าถึง ครงการที่เขาคิดใ ้คนอื่นๆ ฟัง และดูเหมือนว่า ยิ่งอธิบาย ก็ยิ่งพบแต่เครื่ งหมายปรัศนีย์ (?)
"โครงการนี้ยังไม่ ีใครเคยทำในเมือง ไทย แม้แต่ต่างประเทศ ็น้อยมาก เท่าที่ค้นดู ประเทศแรกรู้สึกจ เป็นญี่ปุ่น ประเทศที่สองคือ อิสราเอล ส่วนประเทศที่สาม ผมไม่แน่ใจว่าเป็ อังกฤษหรืออเมริก เราเป็นประเทศที่ ี่ในโลกที่ทำ"
นพดล หมายถึง โครงการสอนคนตาบอ ถ่ายภาพ ที่มีอาสาสมัครเป นสมาชิกกลุ่ม Pict4all ชุมชนคนรักการถ่า ภาพ ที่ไม่ได้มุ่งหวั ความสุขจากกิจกรร ถ่ายภาพเท่านั้น แต่ยังสร้างรอยยิ ม ความชุ่มชื่นใจให กับสังคม และกลุ่มคนด้อยโอ าสต่างๆ ซึ่งจุดเริ่มต้นข งโครงการนี้มาจาก วามคิดของบุคคลผู ้หลงใหลการถ่ายภา อย่าง อาจารย์ธวัช มะลิลา



"เวลาสอนถ่ายภาพ ผมเน้นว่า คนที่จะถ่ายภาพได ต้องมีแรงจูงใจ หรือแรงบันดาลใจใ การถ่ายภาพ" อาจารย์ธวัช บอกสั้นๆ ก่อนจะย้อนถึงแรง ันดาลใจจากผู้พิก รแขน ขา และดวงตา ที่ทำให้เกิดโครง ารสอนคนตาบอดถ่าย าพขึ้นในประเทศไท ย

"วันหนึ่งผมไปที่ส ามหลวง ตอนนั้นมีงานพระศ ของสมเด็จพระพี่น งฯ มีผู้หญิงคนหนึ่ง ั่งรถวีลแชร์ ผมสงสัยว่าเธอมาท ไม แล้วเธอแยกจากคนอ ่นๆ หมดเลยนะ ผมเดินแซงหน้าเธอ อกไปแล้วหันกลับม ถึงได้รู้ว่า คอเธอคล้องกล้องม ด้วย ผมสัมภาษณ์ว่า เธอมีแรงบันดาลใจ ะไร เธอบอกว่า ชอบถ่ายภาพมาก ถ่ายภาพคือความสุ ผมเลยถ่ายภาพเธอไ ้ แล้วบอกว่า ผมจะขอใช้ภาพที่ถ ายไว้ไปประกอบการ รรยายถึงเรื่องแร งบันดาลใจในการถ่ ยภาพ

ครั้งที่สอง ผมเอาของไปแจกที่ ังหวัดน่านกับคุณ ุน เสร็จก็ไปเที่ยวก นที่เขาน้อย เป็นเชิงเขาสูงที มองลงไปจะเห็นตัว มืองน่าน ผมมองลงไปเห็นผู้ ายคนหนึ่งกำลังยื ถ่ายภาพอยู่ แต่ลักษณะในการถ่ ยภาพมันผิดปกติ ผมเลยเดินลงไปหาเ า ปรากฏว่าเขาแขนด้ น 2 ข้างถึงข้อศอก แต่เขายิ้ม ผมถามเขาว่า รู้สึกยังไงที่ได ถ่ายภาพ เขาบอก มีความสุขมาก ผมก็ทำเหมือนเดิม"

อาจารย์ธวัช นำเรื่องราวของผู พิการทางร่างกายท ้ง 2 กรณีนั้นมาประกอบ ารสอนการถ่ายภาพ จนเมื่อกลางปีที่ ล้วอาจารย์มีโอกา เข้ารับฟังการบรร ยายเชิงปฏิบัติกา และการแสดงนิทรรศ ารภาพถ่ายของคนตา อดชาวอิสราเอล จึงเป็นแรงบันดาล จให้ทำโครงการนี้ ึ้นมา

"คุณไอริส ดาเรล ซีนาร์ (Iris Darel Shinar) บอกว่า ขณะที่เธอไปสอนคน าบอดถ่ายภาพ คนตาบอดรู้สึกภูม ใจว่าเขามีโอกาสท ในสิ่งที่คนตาดีท ำ แล้วเขาก็มีความส ขมาก ผมสงสัยว่า เขาจะมีความสุขได ยังไง จนเมื่อครั้งที่แ ้ว(การสอนครั้งแรก ) ผมมาดู เขามีความสุขจริง "

หลังจากนั้นความค ดเรื่องการจัดทำโ รงการสอนคนตาบอดถ ่ายภาพก็เกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีแ งเสริมจาก นพดล และสมาชิกกลุ่ม Pict4all ยิ่งทำให้โครงการ ี้ลุล่วงไปได้ด้ว ดี

"คุณฉุนยอมเป็นคนต บอด 3 ครั้ง ครั้งละ 8 ชั่วโมง ปิดตาหมดเลย แล้วไปถ่ายภาพตาม ี่ต่างๆ ที่คุณฉุนไม่เคยไ ผมก็ไปสังเกตการณ แล้วก็คิดกันว่าจ ต้องทำให้ได้ เพราะผมอยากจะเห็ การสอนคนตาบอดถ่า ภาพในประเทศไทย ซึ่งยังไม่เคยมีเ ย ผมคิดว่า เราน่าจะให้โอกาส นพิการทางสายตาได มีความสุขบ้าง"

ในฐานะผู้เสียสละ นพดล ยอมรับว่า การใช้ชีวิตในโลก ืดไม่ใช่เรื่องง่ ย ต้องใช้ประสาทสัม ัสส่วนที่เหลือช่ ยประคับประคองทิศ ทาง แต่การมองไม่เห็น ะไรเลยบางครั้ง ก็ทำให้เขาค้นพบค ามสุขบางอย่างที่ ่อนอยู่


"ตอนตาดีเราโดนสาย าบดบังความรู้สึก อื่นๆ ไปหมด เพราะเราใช้ตานำ แต่พอตาบอดปั๊บ สิ่งที่เคยกังวล เคยกลัว ไม่ได้เป็นอุปสรร หลักในการถ่ายรูป ลย...บอกตามตรงว่ า ตั้งแต่ผมถ่ายรูป า 5 ปี ตอนที่ผมเป็นคนตา อดถ่ายรูปเป็นช่ว ที่ผมมีความสุขมา กที่สุด อย่างแรกเลย รู้สึกว่าเราไม่ไ ้ถ่ายภาพเพราะควา อยาก เราไม่เห็น เราไม่รู้เลยว่าต งนั้นมันสวยงาม สีสันเป็นยังไง เราถ่ายเพราะใจ มันเป็นภาพคนกำลั ชงกาแฟ แม่ค้าขายของ คือเราฟังเสียงเข แล้วรู้สึกว่าเป็ น้ำเสียงที่ดี ดูมีความสุข น่าจะเป็นภาพที่ด เราไม่รู้ว่ามันจ ดีหรือเปล่า แต่ใจเรารู้สึกมี วามสุข ถ่ายแล้วเราก็ไม่ ้องมานั่งกังวลว่ มันสวยหรือไม่ เพราะว่ายังไงเรา ็ไม่เห็นภาพ แต่มันมีความรู้ส กดี บันทึกภาพยู่ในคว มทรงจำดีๆ ของเรา

ซึ่งการที่ผมได้เ ็นคนตาบอดมันทำให ผมเข้าใจว่า การที่เราใช้ความ ู้สึกนึกคิดของเร ไปคิดแทนความรู้ส ึกของผู้ด้อยโอกา ทาง สังคม มันอาจจะเป็นความ ิดที่เห็นแก่ตัวไ หน่อย"

สู่ผู้พิการทางสา ตา

จากแรงบันดาลใจแล จุดเริ่มต้นนั้น นพดล จึงค่อยๆ เขียนโครงการและห ักสูตรการสอนขึ้น า เพื่อเสนอไปยังโร เรียนสอนคนตาบอดก ุงเทพฯ โดยมีอาจารย์ธวัช มะลิลา และอาจารย์ภูวพงษ์ ผจญอริพ่าย เป็นที่ปรึกษา รวมถึงการสนับสนุ จากสำนักงานศิลปะ ละวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภั จันทรเกษม


"ตอนแรกที่ติดต่อเ ้าไปในโรงเรียน เขา Block เลย เขาบอกว่า มีคนเข้ามาทำกิจก รมเพื่อหาผลประโย น์กันเยอะ จนเราได้รับความช วยเหลือจากสำนักง นศิลปะและวัฒนธรร ม มหาวิทยาลัยราชภั จันทรเกษมในการปร สานงาน จึงได้รับอนุญาตใ ้ทำโครงการนี้" นพดล ว่า

ด้าน รุจิรัตน์ ปะวันโน หรือ ครูเต๋า ผู้ช่วยฝ่ายปกครอ โรงเรียนสอนคนตาบ ดกรุงเทพฯ บอกว่า ปกติที่โรงเรียนจ มีกลุ่มคนต่างๆ เข้ามาเยี่ยมเยีย บ่อยครั้ง โดยเฉพาะศิลปินดา า เมื่อมาแล้วก็มัก ะมีการถ่ายภาพเป็ ที่ระลึก ซึ่งเด็กๆ บางคนอยากถ่ายภาพ ้าง สังเกตจากการขอลอ จับกล้อง และสัมผัสอย่างนุ มนวล

"พอบอกว่าจะมีคนเข ามาสอนถ่ายภาพ เด็กๆ ตื่นเต้นกันมาก บอกว่า พวกเขาสามารถถ่าย าพได้ด้วยเหรอ แม้เขาจะรู้จักกล อง รู้จักวิวัฒนาการ องมัน ใครมาเยี่ยมก็ขอจ บกล้อง หรือเวลาครูบอกจะ ่ายภาพแล้วนะ พวกเขาก็จะยิ้ม แต่เขาไม่เคยคิดว าจะได้ลงมือถ่ายภ พเองจริงๆ"


ความตื่นเต้นดีใจ ับประสบการณ์ใหม่ ที่กำลังจะได้รับ ทำให้เด็กผู้พิกา ทางสายตาพากันสมั รเข้าเรียนในหลัก สูตรนี้มากถึง 30 คน แต่ก็ติดปัญหาที่ ่าอุปกรณ์ในการเร ยนการสอนมีจำกัด ทำให้ครูเต๋าจำเป นต้องคัดเด็กที่ต บอดสนิท 10 คน มาเรียนในหลักสูต แรกก่อน

"หลักสูตรแรก 10 คน แล้วก็จะมีหลักสู รที่ 2 ที่ 3 ตามมา เพราะเด็กๆ ที่สมัครอยากมาเร ยนทุกคน ตอนนี้ก็ถามว่า เมื่อไรหนูจะได้เ ียน" ครูเต๋า บอก

ถามนพดลว่า กิจกรรมเพื่อสังค แบบนี้น่าจะมีผู้ นับสนุนเป็นบริษั ทกล้องถ่ายภาพบ้า เขาว่า ตอนแรกก็ตั้งใจจะ อสปอนเซอร์เหมือน ัน แต่ติดปัญหาตรงที ประเทศไทยไม่เคยม โครงการลักษณะนี้ มาก่อน อาจจะทำให้หลายฝ่ ยนึกภาพไม่ออก

"อีกอย่างคือเราเอ ก็ไม่มั่นใจว่าทำ โครงการนี้แล้วจะ ประสบความสำเร็จ มั้ย เลยต้องลงทุนกันเ งก่อน ก็ลงทุนซื้อกล้อง ิจิตัลมา 10 ตัว ประมาณ 35,000 บาท เราตัดสินใจว่า ถ้าสอนครบ 3 รุ่นแล้วได้รับกา ตอบรับที่ดี เด็กสามารถถ่ายรู ด้วยตัวเองได้ อุปกรณ์ทั้งหมดเร จะบริจาคให้ที่นี พร้อมสมุดภาพซึ่ง จันทรเกษมจะเป็นค เตรียมงบประมาณใน ารอัดรูป เพราะเราตั้งใจทำ ัลบั้มภาพให้กับน กเรียนด้วย เป็นอัลบั้มขนาดเ 4 แต่เราจะปรินท์รู แค่ 4x6 นิ้ว พื้นที่ที่เหลือจ ใส่อักษรเบล เพื่อให้เขาสามาร จัดเรียงภาพของตั เองได้"

สำหรับหลักสูตรกา สอนคล้ายการถ่ายภ พของคนปกติทั่วไป เช่น ภาพบุคคล ภาพมาโคร ภาพวิวทิวทัศน์ ซึ่งเตรียมไว้ทั้ หมด 6 ครั้ง ครั้งละ 3 ชั่วโมง แต่แค่ครั้งแรกเท านั้นก็ทำให้ต้อง รับหลักสูตรกันยก ใหญ่ เพราะเด็กๆ ผู้พิการทางสายตา ุกคนเรียนรู้ค่อน ้างเร็ว

"วันแรกเราเตรียมส นเรื่องการเปลี่ย นแบตเตอรี่ เปลี่ยนการ์ด ซึ่งกำหนดเนื้อหา รงนี้ไว้ 1 ชั่วโมง แต่ปรากฏว่า พอเริ่มเรียนเนื้ หาทุกคนแจ้งมาภาย น 15 นาที ว่า ทำเป็นหมดแล้ว ผมก็ถามว่า ทำยังไง เขาบอกทันทีที่รู ว่าเปิดกล้องยังไ เด็กๆ จะสัมผัสแบตเตอรี เลยว่าขั้วบวกขั้ ลบอยู่ตรงไหน แล้วจึงเอาออก ไม่ใช่เปิดปุ๊บ เทแบตเตอรี่ออกเล เขามีวิธีเรียนรู ของเขาเอง ส่วนการ์ด เมื่อกดออกมาแล้ว น้าคอนแทคที่จะสั ผัสกับขั้วการบัน ทึกข้อมูลมันหันห ้าไป ทางไหน ปรากฏว่าทำได้ตั้ แต่ครั้งแรก ในขณะที่คนตาดีอย างเราบางทีก็ใส่ไ ่ถูกเพราะเราไม่จ ำ ถ้าใส่ไม่ถูกเดี๋ วเราก็ใส่ใหม่ แต่นี่คือการเรีย รู้ของเขา" นพดล บอกอย่างอึ้งๆ

ถามครูอาสาอย่าง ชาย - ทนงศักดิ์ ธรรมวุฒิ ว่า การสอนคนตาบอดถ่า ภาพนั้น ยาก-ง่าย อย่างไร เขาสารภาพตรงๆ ว่า

"ใช้คำว่าสอนคงจะไ ่ได้ เขาสอนเรามากกว่า จริงๆ นะ บางอย่างเขาแก้ได แบบที่เราคิดไม่ถ ง เช่น แก้ภาพเอียง เขาก็เอากล้องไปว ดกับคิ้ว หรือหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่าง ใช้คำว่า "เซอร์ไพรส์" ดีกว่า จนรู้สึกว่า สุดท้ายแล้วไอ้ที คับแคบนั่นคือตัว ราเอง เราคิดว่ามันคงยา มันคงเป็นไปไม่ได แต่จริงๆ แล้วเขาโอเพ่นมาก เขาเปิดรับ คนตาบอดจริงๆ มันคือเรา เราไปวางความคิดว าเขาต้องอย่างนี้ อย่างนั้น แต่จริงๆ ศักยภาพของเขาเยอ มาก...ตอนแรกเรากะม ให้ แต่สุดท้ายเราได้ ับ ได้รับวิธีคิด มุมมอง หลายสิ่งหลายอย่า ที่เราคิดว่าเป็น ปไม่ได้ แต่มันเป็นไปได้"


เช่นเดียวกับน้อง นักศึกษาชั้นปีที 3 จากคณะวิทยาการคอ พิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภั จันทรเกษม ที่เพิ่งเข้ามาสั เกตการณ์วันแรกก็ ล่นเอาบ่อน้ำตาเก ือบแตกเพราะความภ คภูมิ ใจ

"ไม่คิดว่าเขาจะถ่ ยได้ แต่พอมาเห็นแล้วร ้สึกดี ภูมิใจว่าเขาถ่าย ด้" อิง-เมทินี ศรีแก้ว ตัวแทนน้องๆ นักศึกษาทั้ง 5 คน บอก

เปลี่ยนบรรยากาศม นั่งคุยกับนักเรี นกันบ้าง คนแรกเป็นนักเรีย แสนซน น้องโอ๊ต-วันพระ อังศุนาถ อายุ 15 ปี ซึ่งมีบุคลิกส่วน ัวไม่เหมือนใคร ชอบปีนป่ายไปถ่าย าพในมุมสูงทั้งๆ ที่ตาทั้ง 2 ข้างมองไม่เห็น หรือไม่ก็นั่งถ่า ภาพเสยขึ้นไป เป็นเทคนิคส่วนตั ที่ทำให้ครูผู้สอ อย่างครูชายอดอมย ิ้มไม่ได้


น้องโอ๊ตเล่าว่า เขาเคยมองเห็นโลก ีฟ้าใบนี้มาก่อน แต่ตอนอายุ 9 ขวบ ขณะเล่นฟุตบอลอยู จู่ๆ เกิดปรากฏการณ์ฟ้ ผ่าผ่านหน้าไป แสงในครั้งนั้นส่ ผลให้การมองเห็นข งเขาเลือนลาง และไร้การควบคุมใ ที่สุด

"ผมรู้สึกว่าตาบอด ีกว่าตาดี เพราะไม่ต้องเห็น ะไรที่มันไม่ดี อยู่แบบนี้สงบดี ไม่มีอะไรที่ทำให เห็นแล้วต้องเครี ด แต่ก็มีบางเรื่อง หมือนกัน อย่างเช่นอยากไปเ ี่ยวเอง ไปเห็นอะไรต่างๆ มันก็มีบ้าง แต่ผมว่าตาบอดดีก ่า"

หนุ่มวัย 15 คนนี้ บอกว่า สิ่งที่ยากที่สุด นการถ่ายภาพของคน าบอด คือการถ่ายภาพวัต ุเคลื่อนไหว เพราะเขาไม่สามาร มองเห็นว่า วัตถุจะเคลื่อนที ไปในทิศทางใด แต่เขาก็จะพยายาม ่ายภาพเคลื่อนไหว ห้ได้ เพื่อการพัฒนาเป็ ช่างภาพตาบอดมืออ ชีพในอนาคต

ส่วน น้องฝน-สุชานาถ มาลาทอง สาวน้อยวัย 12 ปี บอก ชอบกิจกรรมถ่ายภา มาก และไม่คิดว่าตัวเ งจะมีโอกาสจับกล้ งแล้วลั่นชัตเตอร ์เอง


"อยากถ่ายรูปให้พ่ แม่ดู ให้รู้ว่าหนูทำได แต่ตอนนี้หนูยังไ ่ได้บอกพวกเขาเลย ่าหนูเรียนถ่ายรู ปอยู่" (หัวเราะ)
นพ ดล บอกว่า อยากให้โครงการนี เป็นโครงการต่อเน ่องที่ใครก็สามาร ถเข้ามาช่วยกันสา ต่อ ได้ ส่วนการขยายผลคือ จะทำโปสการ์ดภาพถ ายผลงานของนักเรี นผู้พิการทางสายต า เพื่อนำออกจำหน่า ให้เขาได้ภาคภูมิ จในผลงานและรายได ของตัวเอง

"เราวางแผนว่าอยาก ัดนิทรรศการภาพถ่ ายผลงานของผู้พิก รทางสายตา ก็ถือโอกาสนี้เป็ การบอกกล่าวกับทา หอศิลปวัฒนธรรมกร งเทพมหานครเลยว่า เมื่อถึงเวลาจริง แล้วเราอยากให้หอ ิลปฯ ให้เวลาและสถานที กับผลงานตรงนี้ เพราะเราอยากให้ส งคมได้รับรู้ว่าผ ้พิการทางสายตาเข ามีความสุข และความสามารถในแ บที่เราคาดไม่ถึง" นพดล ทิ้งท้าย

Comments

  1. Shine -
    ขอบคุณหนังสือพิม ์กรุงเทพธุรกิจคร บ
  2. InCeeHoaK -
    ถ่ายภาพมีความสุข รงไหน

    ตรงที่ได้เห็นภาพ วยๆ หลังจากกดชัตเตอร
    ตรงที่ได้เห็นภาพ ่านวิวไฟน์เดอร์ หรือ จอแอลซีดีหลังกล้ ง
    ตรงที่ตามองเห็นก อนยกกล้อง

    จำเป็นไหมที่ความ ุขจากการถ่ายภาพ จะต้องเกิดผ่านทา ตา

    หูได้ยิน กลิ่นได้ดม กายได้สัมผัส
    เราสุขจนเราอยากจ บันทึกภาพนั้นไว้
    ภาพจะออกมาเป็นเช นไร
    หาได้ลดทอนความสุ ที่ได้เกิดขึ้นก่ นถ่ายภาพนั้นๆ


    ขอบคุณอย่างยิ่ง ที่ Pict4All ได้ทำกิจกรรมดีๆเ ่นนี้
    คนด้อยโอกาส ใช่ต้องไร้โอกาส
    และไม่ควรถูกตัดโ กาส แต่ควรได้รับการส งเสริมให้ได้โอกา

    ขอบคุณอย่างยิ่ง ที่คอลัมน์จุดประ าย กรุงเทพธุรกิจ และ คุณนิภาพร ทับหุ่น นักเขียนประจำคอล มน์ ได้เห็นความสำคัญ องกิจกรรมนี้
  3. Somerset -
    ขอนำข้อความที่โพ บน facebook ของ pict4all ที่งดงามกินใจมาร มไว้ที่นี่ค่ะ

    oo Ratana-ubol จากคุณธีรภาพ โลหิตกุลค่ะ :: Teeraparb Lohitkun ประภาส ชลศรานนท์:..

    บอดก็เพียงสายตาเ ่านั้น แต่ดวงใจก็ยังผูก ันความงาม อาจจะรับรู้ไปตาม สูดกลิ่นงามฟังเส ยงวิไลร่มไม้บังเ า สิ่งจะงามอยู่กับ จ บอดที่ใจเห็นไปอย างไรไม่มีวันงาม โลกจะสวยนั้นสวยไ ตาม จิตที่งามมองโลกส ใสไปในทางดี...

    / ขอแสดงความชื่นชม "โครงการสอนคนตาบอ ถ่ายภาพ" โดย ชาวคณะ Pict4All